Proverb หรือ ภาษิต,สำนวน หรือคำพังเพยของชาวตะวันตกคำหนึ่ง มีเนื้อความว่า “Put the right man on the right job” ซึ่งมีเนื้อหาทำนองแนะนำหรือตักเตือนให้ผู้คนหรือสังคมได้ตระหนัก ในการเลือกบุคคลเข้าหรือให้ไปทำงานหรือปฏิบัติการในภารกิจหรือตำแหน่งใดๆในองค์กร
ต้องพิจารณาคัดเลือกสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความคิดอ่าน ความสามารถให้ตรงกับภารกิจการงานหรือตำแหน่งนั้นๆ จึงจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อสังคม
การจะจัดวางตัวเด็กสาวซึ่งอาจจะมีการศึกษาสูงในสายตาของคนทั่วไปมาเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งต้องกุมชะตากรรมของประเทศ ของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การอาชีพ การศึกษา ฯลฯ ทั้งของประชาชน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ในตำแหน่งหน้าที่การงานสูงสุดในฝ่ายบริหารของประเทศ
เราก็ได้ประจักษ์ด้วยตา ด้วยใจ ด้วยสมองที่มองเห็นแล้วว่า เด็กสาวที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ปีกยังไม่กล้า ขายังไม่แข็งแรงพอที่จะโผบินด้วยตนเอง ยังต้องอาศัยใบบุญร่มเงาของบุพการีที่แอบชี้ทิศทางในการทำงาน ให้ด้วยความคิดและจิต(เจต) จำนงเดิมๆ ที่ล้าหลังก้าวไม่ทันโลก
และยังหมกมุ่นอยู่ในวังวนของการเสพอำนาจ อาฆาตเคียดแค้นสังคม จ่อมจมอยู่กับผลประโยชน์ทั้งส่วนตัว ส่วนครอบครัวและพรรคการเมืองของตนโดยไม่เคยเพ่งมองไปข้างหน้า เพื่อนำพาประเทศชาติให้ก้าวทันโลก
ไม่บริหารประเทศเพื่อให้ประชาชนพ้นความทุกข์โศกจากหนี้สินที่เกาะกินชีวิต ไม่ดำเนินนโยบายในการศึกษาให้ปวงประชาได้รับการศึกษา จนสามารถคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ “ความดี-ความชั่ว” ออกจากกันได้ จนสามารถรู้และเข้าใจในโลกธรรม และน้อมนำไปปฏิบัติตน ทั้งในภาคส่วนตัว ภาคครอบครัว ภาคการงาน ภาคสังคม ซึ่งจะส่งผลถึงประเทศชาติเป็นปริโยสาน…..ไม่เคย!
หัวหน้าคณะผู้บริหารก็มีพฤติการณ์ไม่ต่างจาก “เด็กเล่นขายของ” เป็นความสนุกสนานไปในแต่ละวัน ไม่มีสาระทางการบริหาร การปกครองเศรษฐกิจและสังคมให้สังคมชื่นชม….มีแต่เสียงสาปแช่ง ด่าทอ ล้อเลียน! จากมวลมหาประชาชน
คณะรัฐมนตรีก็มิได้คัดเลือกมาจากผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับภารกิจการงานของกระทรวง ทบวง กรม นั้นๆ แต่เลือกสรรมาจากนายทุนพรรค หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกพรรคที่มีอิทธิพลทางการเงิน มีความสามารถในการโกง การฉ้อฉลงบประมาณแผ่นดิน
ฉลาดหลักแหลมในเล่ห์กลทางการเมือง “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” ในทางการคุก,ตะราง
ต่างจากคณะรัฐมนตรีที่มาจากคณะปฏิวัติ,รัฐประหาร ที่จะเชื้อเชิญบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริตระดับประเทศมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
เมื่อ “ความดี-ความชั่ว” กลั้วกันไปในแผ่นดิน เราจึงได้เห็นความเป็นไปของประเทศไทย ดังที่เห็นและเป็นอยู่….
บก.