28.1 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, เมษายน 4, 2025
spot_img

คอลัมน์ “ที่นี่…สถานีเจ้าพระยา”

  • ตอน : จมไม่ลง จงเลิกรา ขืนรอช้า จะพา “ระกำ!”

           สมัยเด็กๆตอนเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ผมเห็นครูพริ้ม กุลเสวตร์ ครูใหญ่โรงเรียนเทศบาล 1 วัดประตูสาร ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี กับครูรำจวน ประกอบกิจ ครูสำรวล เพ็งสุวรรณ และครูสุรางค์ ภูผาทอง ซึ่งสอนอยู่ระดับชั้น ป.2,ป.3 และป.4 ในอาคารไม้ 2 ชั้น(ชั้นบน) แต่งตัวด้วยเสื้อ,กระโปรง,กางเกง ที่สุภาพเรียบง่าย เรียบร้อย ชั่วนาตาปี

ครูใหญ่จะสวมกระโปรงแคบๆ เสื้อขาว (blouse : เสื้อเชิ้ตสำหรับสตรีหรือเด็กสาว,เสื้อครึ่งตัวของสตรี) เสมอๆ โดยไม่เคยเปลี่ยนเป็นสีอื่นๆ ครูรำจวน สวมกระโปรงแคบบ้าง บานบ้าง เสื้อลูกไม้ลายเรียบๆ เสื้อแขนสั้นทุกวัน ครูสุรางค์ จะสวมกระโปรงทรงแคบๆเรียบร้อยเช่นกัน เสื้อขาว บางทีสีนวลแต่ไม่เคยสวมเสื้อสีเขียว ฟ้า แสด แดง เหลือง น้ำตาล น้ำเงิน แม้แต่วันเดียวในรอบหลายๆปี

เหมือนกับครูใหญ่และครูสตรีแทบทุกคนในโรงเรียน

ส่วนครูสำรวลและครูผู้ชาย เช่น ครูสมพิศ ครูอดุง ครูเสงี่ยม จะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนสั้นบ้าง แขนยาวบ้างตามความเหมาะสมในแต่ละโอกาส แต่จะไม่มีครูผู้ชายคนใดสวมเสื้อเชิ้ตที่หวานแหวว หรือมีลายทาง ลายขวาง ลายตาหมากรุก หรือลายสก๊อตมาสอนหนังสือ….ตลอดปี ตลอดหลายปี ตลอดชาติ!

เมื่อขึ้นชั้นเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ต้องย้ายลงมาจากอาคารไม้ใหญ่โต ชั้น 2 ลงไปเรียนที่อาคารไม้ชั้นเดียว ท้ายสนามฟุตบอลด้านหลังโรงเรียนที่ติดกับท้องนาที่ต่อเนื่องไปถึงวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จึงได้เห็นการแต่งตัวของครูสตรีที่ตระการตาขึ้น เหมือนอยู่คนละโลกกับครูประถมต้น

ครูเยาวดี มุสิกะถาวร ครูรำเพย ศรีนัทรี ครูจรรยา ไอยรารัตน์ และครูบุญจาด ทองอำไพ เป็นครูหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ไม่ใช่ครูสูงอายุเหมือนบรรดาครูระดับประถมต้น การแต่งกาย จึงต่างออกไปในทางทันสมัย สวยเด่น เป็นสง่า มีชีวิตชีวา และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดากุมารา กุมารี นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5,6 และ 7

ครูเยาวดีจะมีรูปร่างสูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด แต่ไม่เหมือนอูฐกะหลาป๋าเช่นนางประแดะ นางเอกขวัญใจของ ระเด่นลันได แต่จะสูงระหงเหมือนหงส์ยามเหินไปในไพรกว้าง โดยครูจะสวมกระโปรงพลีทสีเข้ม….ทุกวัน และสวมเสื้อลูกไม้สีขาวสะอาดแขนพองๆเป็นประจำ

ส่วนครูรำเพย จะสวมกระโปรงบานแต่ไม่พอง สีสันกลางๆไม่อ่อนไม่เข้มจนขรึมขลัง สวมเสื้อแขนสั้นสีหวานๆสีอ่อนๆ รูปแบบเรียบๆไม่ตาหรือดั้งจมูกนักเรียน…. เป็นอาจิณ

มาถึงครูจรรยา ซึ่งเป็นครูวิชาภาษาไทยซึ่งสาธุชนอาจจะวาดภาพว่าท่านต้องแต่งชุดไทย ห่มสไบ นุ่งซิ่นหรือผ้าทอยกดอก (อ่านว่า ทอ-ยก-ดอก ห้ามอ่านว่า ทอ- ยก-กะ-ดอก) สวมเทริดหรือชฎามาสอนหนังสือ แล้วปรากฏว่าครูจรรยา แต่งตัวได้นำสมัยกว่าครูสตรีทั้งปวง

ครูจรรยาสวมกระโปรงสั้น แต่ไม่สั้นจนน่าเกลียด สวมเสื้อสีสวยลายงามทุกวันๆ สร้างความสุขสันต์สดชื่นแจ่มใสให้บรรดาลูกศิษย์ ชาย-หญิง ทุกวารวัน

ส่วนครูบุญจาดนั้นก็ สวมกางเกงขายาวทรงสุภาพ สีเข้ม สวมรองเท้าหนังสีดำผูกเชือกทุกวัน นานๆนึกสนุกก็จะผูกเนคไทให้โก้หร่านสักครั้ง

ที่เหมือนกันในบรรดาครูผู้ชายในทุกสัปดาห์คือ ทุกวันจันทร์บรรดาครูผู้ชายจะสวมเครื่องแบบสีกากีแขนสั้น ทุกวันพฤหัสบดีจะแต่งชุดพ่อเสือสามัญ มีเครื่องหมายวู้ดแบด สวมหมวกพ่อเสือ(หมวกสาน) ลงแชลแล็กแข็งคงรูป ไม่ยุบไม่ย้วยเหมือนหมวกสักหลาด

บรรดาครูสตรีก็แต่งชุดแม่เสือด้วยเสื้อกระโปรงทรงสุภาพ เรียบๆ สวยงามตามท้องเรื่องทุกวันพฤหัสบดี ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ตลอดเทอม ตลอดปี และตลอดทุกปีแต่ไม่ค่อยจะยอมแต่งชุดข้าราชการ…ฮา! เป็นเวลา 7 ปีที่ผมเพื่อนที่ร่วมเรียนกันมาได้รู้ได้เห็นร่วมกันมาและตราตึงอยู่ในความทรงจำ

ทำให้ผมฉวยโอกาสรำลึกและตระหนักว่า ข้าราชการสมัยก่อน (ซึ่งสมัยนี้ก็ยังมีข้าราชการครูบาอาจารย์ที่)แต่งกาย นุ่งห่มเป็นปริมณฑลอยู่มากมายในสังคมไทย

ครั้นหันมามองผู้คนในแวดวงราชการงานเมือง ทั้งนักการเมืองที่แหลมหน้าเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ในราชการการเมืองที่เรียกว่า “ข้าราชการฝ่ายการเมือง”     ก็ได้เห็นความพิกลพิการในความคิดอ่าน ในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะการแต่งกายซึ่งเป็นหน้าด่านในการพบเห็นเป็นโอกาสแรก

นายกรัฐมนตรีชายผู้หนึ่งซึ่งสูงโย่งกว่ามนุษย์ปกติ มีความสุขกับการสวมถุงเท้าแดง ถุงเท้าหลากสีในการปฏิบัติราชการงานเมือง ไม่เว้นแม้ในราชการกับอาคันตุกะในต่างแดน โดยไม่รู้สึกรู้สาว่าไม่เหมาะสมทั้งที่ตนเองอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เจ้าของกิจการบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียมหรูในอาชีพเดิม

นายกรัฐมนตรีสตรีคนต่อมายิ่งออกอาการเสียจริตในการแต่งกายหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า “นายกฯโย่ง” เพราะ “นายกฯเตี้ยตะแหมะแขะ” ที่เป็นสตรีที่มีใบหน้างามต่างจากใบหน้าสมัยเป็นนิสิตอย่างสิ้นเชิง โดยแสดงแฟชั่นโชว์เรื่องเสื้อผ้า อาภรณ์ กระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าระดับสร้อยไข่มุก พร้อมด้วยเสื้อผ้าหน้าหนัก ทับซ้อน ยุ่งเหยิง รุงรัง รุ่มร่าม จนประชาชนพลเมืองต่างพากันจับจ้องมองเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องแต่งกาย เครื่องถนิมพิมพาภรณ์ของหล่อนในแต่ละวัน จนลืมคำนึงถึงว่า….หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี มีอะไรบ้าง?

การที่ผู้ใดหรือใครสักคนจะมีสำนึกถึงความเหมาะควร ความประหยัดพอเพียง ความเป็นมนุษย์ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ บ้านเมือง สังคม และความละอายใจ

ต้องเป็นผู้ที่มีสมองเหมือนคนปกติ คนดี ทั่วๆไปในโลกา จึงจะสามารถเป็น “มนุษย์” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำและเต็มลำคอที่โตตันสั้นกลม #

 

 

//////////////////////////////

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด